FEATURED WORKS & INNOVATION

LERTCHAI MODEL
จากการเรียนรู้สภาพจริง สู่การสร้างคุณค่าร่วม

แนวทางการพัฒนางานและการจัดการเรียนรู้ของครูสู่ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง ที่สังเคราะห์จากประสบการณ์การปฏิบัติงานจริงในหลายพื้นที่ เชื่อมโยงการพัฒนาตนเอง การพัฒนางาน การจัดการเรียนรู้ การโค้ช และการขยายผลสู่ครู สถานศึกษา ชุมชน และเครือข่าย

Teacher Development Learning Management Shared Value
MODEL OVERVIEW

บทสรุปแนวคิดของ LERTCHAI MODEL

จากการเรียนรู้สภาพจริง สู่การสร้างคุณค่าร่วมในระดับครู สถานศึกษา ชุมชน และเครือข่าย

CORE CONCEPT

LERTCHAI MODEL เป็นกรอบแนวทางการพัฒนางานและการจัดการเรียนรู้ของครูที่สังเคราะห์จากประสบการณ์การปฏิบัติงานจริงในหลายพื้นที่ โดยเริ่มจากการเข้าใจสภาพจริงของผู้เรียน ชุมชน สถานศึกษา ภารกิจ และข้อจำกัดของบริบท ก่อนนำข้อมูลและบทเรียนจากการทำงานมาจัดระบบเป็นแนวทางการพัฒนาที่มีลำดับขั้นชัดเจน สามารถถ่ายทอดได้ และนำไปปรับใช้ได้จริง

แกนสำคัญของโมเดลคือการพัฒนาจากภายในไปสู่การขยายคุณค่าร่วมภายนอก โดยกระบวนการ LERT มุ่งให้ครูเรียนรู้จากสภาพจริง กำหนดเป้าหมาย ลงมือพัฒนา และปรับเปลี่ยนงานอย่างเป็นระบบ ส่วนกระบวนการ CHAI มุ่งสร้างความร่วมมือ บูรณาการภารกิจ ถ่ายทอดบทเรียน และจุดประกายการเติบโตของผู้เกี่ยวข้อง

จุดเด่นของโมเดลอยู่ที่การใช้ประสบการณ์จริง ข้อมูล หลักฐาน และการสะท้อนผลเป็นฐานในการพัฒนา ทำให้ครูสามารถเชื่อมโยงการพัฒนาตนเอง การจัดการเรียนรู้ การโค้ช การบูรณาการงาน และการขยายผลเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ

LERT Internal Self-Development
พัฒนาจากภายใน
CHAI Shared Value Creation
ขยายคุณค่าร่วมสู่ภายนอก
THEORY FOUNDATION

ฐานแนวคิดทางวิชาการของ LERTCHAI MODEL

สรุปฐานคิดและทฤษฎีที่ช่วยอธิบายความน่าเชื่อถือของโมเดล ทั้งด้านกระบวนการพัฒนา มนุษย์และสังคม และบริบทการศึกษาไทย

ไอคอนทฤษฎีด้านกระบวนการพัฒนา

ทฤษฎีด้านกระบวนการพัฒนา

ใช้อธิบายลำดับการพัฒนางาน ตั้งแต่การเข้าใจสภาพจริง การกำหนดเป้าหมาย การลงมือปฏิบัติ การทบทวนผล และการปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง

  • PDCA และการพัฒนาคุณภาพงาน
  • การเรียนรู้จากประสบการณ์และการสะท้อนคิด
  • การคิดเชิงระบบและทฤษฎีการเปลี่ยนแปลง
สนับสนุน L, E, R, T
ไอคอนทฤษฎีด้านมนุษย์และสังคม

ทฤษฎีด้านมนุษย์และสังคม

ใช้อธิบายการทำงานร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง การสร้างความร่วมมือ การเรียนรู้ร่วมกัน การโค้ช และการขยายคุณค่าจากบุคคลไปสู่สถานศึกษาและเครือข่าย

  • ชุมชนแห่งการปฏิบัติและการเรียนรู้ทางสังคม
  • มนุษยนิยม จิตวิทยาชุมชน และการโค้ช
  • การสร้างคุณค่าร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง
สนับสนุน C, H, A, I
ไอคอนแนวคิดการศึกษาไทย

แนวคิดการศึกษาและการพัฒนาในบริบทไทย

ใช้เชื่อมโมเดลกับสภาพจริงของครู ผู้เรียน ชุมชน และสถานศึกษาไทย โดยเน้นการเข้าใจพื้นที่ การใช้ข้อมูล การมีส่วนร่วม และการพัฒนาคนแบบองค์รวม

  • หลักการทรงงาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา
  • การพัฒนามนุษย์แบบองค์รวมและครูกัลยาณมิตร
  • การเรียนรู้ชุมชนบนฐานข้อมูล การวิจัย และการมีส่วนร่วม
เชื่อมโยงทุกขั้นของโมเดล
DUAL PROCESS

โครงสร้างหลักของโมเดล : LERT + CHAI

แสดงแกนคิดหลักของโมเดล โดยแยกบทบาท LERT ในฐานะการพัฒนาจากภายใน และ CHAI ในฐานะการขยายคุณค่าสู่ภายนอก

LERT Internal Self-Development

LERT คือแกนการพัฒนาตนเองจากภายในของครูและผู้ปฏิบัติงาน เน้นการเริ่มจากสภาพจริง เห็นเป้าหมาย ลงมือพัฒนา และยกระดับงานด้วยข้อมูลและบทเรียนจากการปฏิบัติจริง เพื่อให้การพัฒนาไม่หยุดอยู่เพียงกิจกรรมเฉพาะกิจ แต่เป็นระบบการทำงานที่ต่อเนื่องและตรวจสอบได้

CHAI Shared Value Creation

CHAI คือแกนการขยายคุณค่าร่วมสู่ภายนอก เน้นการทำงานร่วมกับครู ผู้เรียน สถานศึกษา ชุมชน และเครือข่าย เพื่อให้ผลจากการพัฒนาของบุคคลต่อยอดเป็นคุณค่าร่วม เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน การบูรณาการภารกิจ และการขยายผลอย่างมีทิศทาง

8 STEPS FRAMEWORK

กระบวนการดำเนินงาน 8 ขั้นตอน

อธิบายลำดับการนำโมเดลไปใช้จริง ตั้งแต่การเรียนรู้สภาพจริง การกำหนดเป้าหมาย การลงมือพัฒนา จนถึงการถ่ายทอดและต่อยอด

L

Learn from Reality

ทบทวนภารกิจและสภาพการดำเนินงานจริง โดยอาศัยข้อมูลผู้เรียน ข้อค้นพบจากพื้นที่ และข้อเสนอแนะจากผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้การพัฒนาสอดคล้องกับบริบท

E

Envision the Future

กำหนดภาพความสำเร็จ เป้าหมาย และตัวชี้วัดที่เชื่อมโยงระหว่างนโยบายการศึกษา ความต้องการของผู้เรียน และความเป็นไปได้ในบริบทของสถานศึกษา

R

Realize through Action

นำเป้าหมายสู่การปฏิบัติจริง ผ่านกิจกรรม วิธีการ เครื่องมือ หรือนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหา พร้อมจัดเก็บข้อมูลและร่องรอยหลักฐานเพื่อการติดตามและทบทวน

T

Transform Systematically

ทบทวนผลการดำเนินงาน วิเคราะห์ปัจจัยความสำเร็จและข้อจำกัด แล้วนำผลที่ได้มาปรับปรุงวิธีการทำงานให้มีคุณภาพ ชัดเจน และสามารถนำไปใช้ซ้ำหรือต่อยอดได้

C

Collaborate with Empathy

ขยายการทำงานร่วมกับครู บุคลากร ผู้บริหาร ชุมชน และภาคีเครือข่าย บนฐานการรับฟังและเข้าใจบริบทของแต่ละฝ่าย เพื่อให้เกิดการร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมรับผิดชอบต่อเป้าหมายร่วมกัน

H

Holistic Integration

บูรณาการแนวทางที่พัฒนาขึ้นเข้ากับภารกิจหลักของสถานศึกษา ทั้งการจัดการเรียนรู้ การใช้ข้อมูล การติดตามผู้เรียน และการพัฒนาครู เพื่อให้งานเชื่อมโยงกันและกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบงานปกติ

A

Amplify Shared Value

ถ่ายทอดแนวทาง เครื่องมือ และบทเรียนจากการปฏิบัติให้ครูและสถานศึกษาอื่นนำไปปรับใช้ตามบริบท ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การให้คำปรึกษา และการโค้ช

I

Inspire Meaningful Growth

สังเคราะห์และเผยแพร่บทเรียนจากการดำเนินงานผ่านเวทีวิชาการ การอบรม และสื่อต่าง ๆ เพื่อให้ครูและผู้เกี่ยวข้องเห็นคุณค่าของการพัฒนาจากงานจริงและนำไปต่อยอดอย่างต่อเนื่อง

DEVELOPMENT JOURNEY

พัฒนาการ 4 ระยะของโมเดลจากพื้นที่จริง

แสดงพัฒนาการของโมเดลจากการปฏิบัติงานในหลายพื้นที่ ผ่านการทดลอง ปรับปรุง และสังเคราะห์เป็นแนวทางที่ถ่ายทอดได้

2543–2558

ระยะที่ 1 บ้านแพรก : วางฐานคิดจากสภาพจริง

เรียนรู้ข้อจำกัดของผู้เรียน ชุมชน และหน่วยจัดการเรียนรู้ จัดระบบงาน กศน.ตำบล และสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย

ฐานของ Learn from Reality และ Collaborate with Empathy
2558–2560

ระยะที่ 2 วังม่วง : จัดระบบแนวคิดและโครงร่างต้นแบบ

ถอดบทเรียนจากงานจริงให้เป็นกรอบแนวคิดที่มีลำดับชัดเจน ใช้พัฒนาคน ระบบงาน หน่วยจัดการเรียนรู้ และการระดมทรัพยากร

เปลี่ยนความรู้ฝังตัวเป็นกรอบแนวทาง
2560–2565

ระยะที่ 3 ดอนพุด : ทดลองใช้ซ้ำและปรับปรุงภายใต้ข้อจำกัดจริง

ปรับใช้ในบริบทใหม่และภาวะวิกฤต COVID-19 สนับสนุนการเรียนรู้แบบออนไลน์/ผสมผสาน ใช้ข้อมูลติดตามผู้เรียน และทำงานร่วมกับเครือข่าย

ยืนยันความยืดหยุ่นของโมเดล
2565–ปัจจุบัน

ระยะที่ 4 โพธิ์ทอง : ใช้จริงและขยายผลเชิงระบบ

ใช้โมเดลพัฒนาตนเอง โค้ชครูต้นแบบ พัฒนานวัตกรรม OLIS DLEC สนับสนุนภารกิจสถานศึกษา และประสานความร่วมมือกับเครือข่ายระดับประเทศและนานาชาติ

ขยายจากบุคคลสู่สถานศึกษาและเครือข่าย
KEY OUTCOMES

ผลลัพธ์สำคัญจากการใช้โมเดล

สรุปผลที่เกิดจากการใช้โมเดลในระดับผู้พัฒนา ครูต้นแบบ สถานศึกษา เครือข่าย และการยอมรับเชิงวิชาชีพ

01

ผลต่อผู้พัฒนา

เกิดการยอมรับทางวิชาชีพและทางคุณธรรม เช่น รางวัลคุรุสดุดี คนดีศักดิ์ศรีแห่ง สป. และ Thailand Moral Awards ประเภทผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง

02

ผลต่อครูต้นแบบ

ใช้เป็นกรอบในการโค้ชและสนับสนุนครูให้พัฒนางานจากสภาพจริง เช่น นวัตกรรม OLIS DLEC และการยกระดับ กศน.ตำบล

03

ผลต่อสถานศึกษา

สนับสนุนการจัดระบบงาน การพัฒนานวัตกรรม การบริหารจัดการข้อมูล และการได้รับการยอมรับจากหน่วยงานภายนอก

04

ผลต่อเครือข่าย

เกิดการถ่ายทอด ขยายผล และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครู สถานศึกษา หน่วยงาน และภาคีเครือข่ายในหลายพื้นที่

EVIDENCE HIGHLIGHTS

ตัวอย่างภาพที่สะท้อนการยอมรับและการขยายผล

ภาพรางวัลและการยอมรับ
AWARD & RECOGNITION

รางวัลและการยอมรับเชิงวิชาชีพ

สะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนางาน การจัดการเรียนรู้ และการสร้างคุณค่าต่อสังคมการศึกษา

ภาพการออกรายการคุณธรรม คุณทำได้
PUBLIC MEDIA

รายการคุณธรรม คุณทำได้

ถ่ายทอดแนวคิด อุดมการณ์ และบทบาทของครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงผ่านสื่อสาธารณะ

ภาพเวทีวิทยากร
SPEAKER ROLE

เวทีวิทยากรและการถ่ายทอดองค์ความรู้

ขยายองค์ความรู้ด้าน Best Practice การพัฒนางานและการจัดการเรียนรู้สู่ครูและบุคลากรทางการศึกษา

ภาพ ก.ค.ศ. หรืองานระดับนโยบาย
POLICY ENGAGEMENT

ก.ค.ศ. และงานระดับนโยบาย

สะท้อนบทบาทการมีส่วนร่วมด้านมาตรฐานวิชาชีพ การพัฒนาระบบ และการขับเคลื่อนงานเชิงนโยบาย

ภาพการขยายผล OLIS DLEC
INNOVATION SCALE-UP

การขยายผล OLIS DLEC

ต่อยอดนวัตกรรมสู่สถานศึกษาและเครือข่าย เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการข้อมูลผู้เรียนอย่างเป็นระบบ

ภาพความร่วมมือกับ UNESCO
UNESCO COLLABORATION

ความร่วมมือกับ UNESCO

เชื่อมโยงการพัฒนาการเรียนรู้กับเครือข่ายระดับนานาชาติ เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

EVIDENCE & RECOGNITION

หลักฐาน การเผยแพร่ และการยอมรับ

หลักฐานการเผยแพร่ การได้รับการยอมรับ และบทบาทที่สะท้อนการต่อยอดโมเดลจากระดับพื้นที่สู่ระดับหน่วยงานและเครือข่าย

สื่อสาธารณะ

เผยแพร่อุดมการณ์ความเป็นครูและประสบการณ์การทำงานผ่าน Thai PBS และรายการด้านคุณธรรม

เวทีวิชาการและวิทยากร

ถ่ายทอดแนวคิด Best Practice การจัดการเรียนรู้ และการพัฒนานวัตกรรมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา

บทบาทระดับนโยบาย

มีส่วนร่วมในคณะกรรมาธิการ ก.ค.ศ. สภาการศึกษา และคณะทำงานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้

ความร่วมมือระหว่างประเทศ

ประสานงานโครงการกับ UNESCO Bangkok และ YOU Foundation เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของกลุ่มเปราะบาง