ธันวาคม 12, 2018, 03:39:10 AM

ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อพ่อแม่ชาวไทย กำลังอัดเงินใส่การศึกษาลูก  (อ่าน 297 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ เลิศชาย ปานมุข

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2157
เมื่อพ่อแม่ชาวไทย กำลังอัดเงินใส่การศึกษาลูก...

พ่อแม่ชาวไทย รักและห่วงลูกไม่แพ้ชาติใดในโลก
พ่อแม่ที่มีกำลัง จะจัดเต็มลูกรัก ตั้งแต่แรกตั้งครรภ์
ฝากท้องอย่างดี คลอดอย่างดี หมออย่างดี
และเป็นพ่อแม่ที่ "ตีค่าการศึกษาลูก" สูงเวอร์อย่างยิ่ง

• เด็ก 2 ขวบเพิ่งเดินแข็ง

เราก็ส่งเข้าเนอสเซอรี่ ปีละ 8 หมื่น กลัวลูกจะพัฒนาการช้าไม่ทันเพื่อน ... กลายเป็นส่งลูกอายุน้อยเกินไปติดหวัดที่โรงเรียน เพราะเด็กยังไม่มีภูมิต้านทาน

• อนุบาลยันประถม

เราจัดเต็ม ทั้งใน นอกหลักสูตร เด็กอนุบาล 3 ต้องกวดวิชาสอบเข้า ป.1 และเสริมด้วยวาดภาพ จินตคณิต ว่ายน้ำ ไวโอลิน เปียโน อังกฤษ จีน ไทย เทควันโด้ อูคูเลเล่ ฯลฯ กลัวลูกจะเก่งไม่รอบด้าน กลัวจะน้อยหน้าเด็กข้างบ้าน ลูกเลิกเรียนเดินแทบไม่ตรงทาง (ผมว่า เรียนได้ แต่อย่าเยอะจัด จนเด็กร้องขอกลับบ้าน)

• มัธยม อมเปรี้ยวอมหวาน

คราวนี้หนักเลย เรียนพิเศษตอนเย็นที่สยาม เสาร์อาทิตย์ จัดเต็มวัน พ่อแม่ยอมทรมานไปนอนบนทางเดินตึก อ.อุ๊ ตึกสยามกิตติ์ เพื่อส่งข้าวส่งน้ำลูกรัก ปิดเทอมไม่มีพัก ส่งลูกเรียนซัมเมอร์ยุโรป ออสเตรลีย บางทีเด็กไม่อยากไป พ่อแม่นี่แหละดันก้นให้ไป

บางบ้านหมดเงินกับลูกปีละ 6-7 แสน ยังไม่ทันเข้ามหาลัยกดไปเป็นสิบล้าน!!!

พอลูกเรียนจบ บางคนไปคาดหวังว่า ลูกฉันเลี้ยงมาอย่างพิเศษใส่ไข่ เพิ่มข้าว

ดังนั้นจะจ้างลูกฉัน มันต้องแพงกว่าสิ ...นี่ส่งเรียนไปสิบกว่าล้านนะ

------------------------------------
ปัญหาคือ คุณค่าของใบปริญญา ...
พ่อแม่ กับ นายจ้าง มองไม่เท่ากัน
------------------------------------
.
พ่อแม่ชาวไทย ตีค่าใบปริญญาลูกรักสูงมาก เพราะเราอยู่ในกระบวนการจ่ายเงินจริง มาอย่างยากลำบาก ยาวนาน 20 ปี

นายจ้าง กลับตีค่าไม่สูงเท่า

• คำถามใหญ่ของเขามี 3 คำถาม คือ

1. ลูกคุณทำอะไรเป็นบ้าง

2. ลูกคุณเคยทำอะไรสำเร็จมาบ้าง และ

3. ลูกคุณจะมาสร้างความสำเร็จอะไรให้ที่นี่

อย่าลืมว่า ยุคนี้คือ ตลาดแรงงานที่เปิดกว้าง

• เด็กอินเดีย ปากีสถาน พร้อมจะบินมาทำงานที่กรุงเทพ เขียนโค้ด เขียนโปรแกรม อังกฤษเป็นไฟ แถมขยันขันแข็ง

• เด็กฟิลิปปินส์ อินโด มาเลย์ พร้อมจะบินมาทำงานที่กรุงเทพ พวกเขาภาษาดีมาก ลอจิกดี คุมโปรเจคต์ พรีเซนต์ดีไม่แพ้ฝรั่ง

• เด็กจีน ...ไม่ต้องพูดถึง ความขยันอ่าน ขยันขายของ ขยันพบลูกค้า ใจสู้ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ โดนด่าไม่ยุบ พวกนี้คือยอดเซลล์แมน

ปริญญา มหาลัย คณะ ... มันเริ่มจะเบลอๆ ไม่ศักดิ์สิทธิ์ เหมือนรุ่นพ่อแม่เมื่อเด็กไทยต้องสอบสัมภาษณ์กับ Head Hunter สิงคโปร์ โดยมีนายจ้างเป็นฝรั่ง จีน อินเดีย

แน่นอนว่าย่อมมีเด็กไทยบางคน ได้ไปต่อเจริญรุ่งเรืองโกอินเตอร์...แต่ก็มีจำนวนมากที่แป้กตั้งแต่อายุยังน้อย

• เมื่ออาชีพการงานเดิมๆกำลังหดตัว..จาก Disruptive Technology

• เมื่อองค์กรกำลังปรับตัวให้ลีน(Lean)บาง ให้คล่องตัวมีประสิทธิภาพด้วยดิจิตอล ...Digital Transformation

• เมื่องานดีเงินดี กำลังเต็มไปด้วยการแข่งขันที่สูงลิ่ว ด้วยตลาดเคลื่อนย้ายเสรีแรงงานเสรี... Globalizaion

พ่อแม่จะใช้ชุดความคิดเดิม แบบสมัยรุ่นตัวเองเพิ่งเรียนจบ ก็คงไม่ได้

ความเห็นส่วนตัว...

ถ้าพ่อแม่ชาวไทย(ส่วนหนึ่ง)ที่ลงทุนกับการศึกษาลูกด้วยเงินจำนวนมากๆ และแนวโน้มมีแต่จะรุนแรงขึ้น
.
เราจะลองประหยัดเงินบางส่วน แล้วใช้เงินก้อนเดียวกันนี้ เตรียมให้ลูกไว้ เริ่มทำธุรกิจ ได้ใช้ความพยายามลองผิดลองถูก ริเริ่ม สร้างสรร เป็นผู้ประกอบการ ในยุคสมัยที่อาชีพการงานไม่เป็นใจในอีก 10-15 ปีข้างหน้า
.
เราจะลอง เผื่อเวลา จากการศึกษาที่จัดเต็ม(เกิน)ไป ให้เขาได้ลองเรียนรู้ ริเริ่ม ลองเขียนหนังสือ ลองเขียนโปรแกรม สร้างแอ๊พ ลอง design ลองรับงานแปล ลองขายของ ลองลงทุน ฯลฯ

• ลองหาเงินด้วยตัวเองให้ได้ ก่อนที่เขาจะจบมหาลัย

อันนี้ ช่วยเขาได้ ไม่แพ้การศึกษาในระบบที่แสนแพง

พ่อแม่ได้ภูมิใจ

ลูกได้ภูมิต้านทานและความแกร่ง

ขอบคุณบทความดีๆ
Credit: นิ้วโป้ง Fundamental VI