ผู้เขียน หัวข้อ: อยากกินปลา แต่ทำไมจับปลาไม่ได้  (อ่าน 365 ครั้ง)

ออนไลน์ เลิศชาย ปานมุข

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2222
เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2017, 02:36:10 PM
อยากกินปลา แต่ทำไมจับปลาไม่ได้
**********************
อ่านข่าวความเคลื่อนไหวในวงการศึกษา ....ว่าด้วยเรื่องคูปองพัฒนาครู คนละ 10,000 บาท/คน/ปี ข่าวว่า ตอนนี้ครู สพฐ. แห่สมัคร 200,000 กว่าคนแล้ว หลายฝ่ายดีใจว่าครูตื่นตัว ถ้าใช้เงินจริงๆตอนนี้ก็ประมาณ 2,000 ล้านบาท แต่จากข่าวว่าจะใช้งบประมาณถึง 5,000 ล้านบาท เป็นการพัฒนาจริงๆ หรือ ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำก็ยังไม่รู้ เพราะหลักสูตรแต่ละเรื่องที่ดีดีบางทีก็มีจัดในที่ไกลๆ ที่ใกล้ๆก็เต็ม ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แท้ที่จริงครูอยากพัฒนาตนเองร้อยละเท่าไหร่ หรือไปพัฒนาเพราะคำสั่งตามเกณฑ์ใหม่  ที่สำคัญในครั้งแรกอาจต้องสำรองเงินตัวเองไปก่อนด้วย  หันย้อนกลับมาดูครูทุกวันนี้ได้ผ่านการอบรมพัฒนามาอย่างโชกโชนหรือไม่เพียงใด (ยกเว้นครูบรรจุใหม่) แล้วเขาไปใช้จริงมากน้อยขนาดไหน ใช้เพราะอะไร ไม่ใช้เพราะอะไร มีเวลาให้พวกเขาได้ใช้หรือทดลองในห้องเรียนจริงๆหรือไม่ทำได้นานแค่ไหน กับนโยบายใหม่ที่มาเป็นรายเดือนจึงทิ้งเก่าแล้วเอาใหม่มาทำ พวกเขาอาจกำลังท้อแท้สิ้นหวังกับระบบการศึกษาไทยที่เป็นอยู่ เสียงสะท้อนก็มีให้เห็นอยู่มากมาย

เราประกาศไทยแลนด์ 4.0 เพื่ออะไร ทำไมไม่นำงบประมาณ ไปพัฒนาด้านอื่นๆที่รองรับการจัดการศึกษาที่โจทย์ขานอย่างน่าสะพรึง ทั้งครุภัณฑ์ทางการศึกษาที่จำเป็นในยุคนี้ จัดหาเครื่องมือดีดีเป็นสื่อการสอนสมัยใหม่กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ ให้ครูได้ใช้จริงๆบ้าง จะเข้าสู่ 4.0 ทั้งที ((เพราะตัวครูแต่ละคนสามารถกระตุ้นให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้แตกต่างกันจึงต้องสนับสนุนให้เพราะเด็กยุค Gen C สมาธิสั้น)) และที่สำคัญยังมีโรงเรียนขนาดเล็กอีกหลายพันโรงเรียนต้องการความช่วยเหลือในเรื่องบประมาณของการพัฒนา และครูที่ไม่ครบชั้น

เพิ่มเติมอีกนิด ได้ข่าวมาว่า สมศ. ประเมินรอบ 4 ไม่มีผลว่ารับรองหรือไม่รับรอง ประเมินเพื่อพัฒนา เป็นข่าวดี เพราะในเชิงความหมายของคำว่ามาตรฐาน แสดงว่า โรงเรียนใด ผ่านมาตรฐานแสดงว่ามีคุณภาพใกล้เคียงกัน มากน้อยกันบ้างตามสมควร เลยตั้งคำถามให้ลองคิดเล่นๆแต่ขอบอกก่อนว่ามิได้มีเจตนาว่าร้ายประการใดกับโรงเรียนขนาดเล็ก (เพราะผู้เขียนก็จบประถมโรงเรียนวัดและก็เรียนโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอที่เล็กที่สุดในจังหวัดและก็รักสถาบันเช่นเดียวกัน) แต่จะให้เห็นถึงความเป็นจริงว่าระบบการประเมิน สมศ. ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร สะท้อนผลการจัดการศึกษาจริงหรือไม่ สมมติว่า “โรงเรียนประจำจังหวัดหรือโรงเรียนใหญ่ผ่านการรับรองมาตรฐานคะแนนเท่าๆกันกับโรงเรียนขนาดเล็กที่มีครูไม่ครบชั้นซึ่งมีอยู่จริงๆจากคะแนนของ สมศ. ถ้าท่านเป็นผู้ปกครอง ท่านมีโอกาสมีกำลังส่งบุตรหลานเรียนได้ ท่านจะส่งเรียนโรงเรียนใด ในเมื่อคะแนนเท่าๆกัน”

ทิ้งท้าย....ว่าด้วยการจับปลา

“หัวหน้าเผ่าสั่งให้ลูกเผ่า ไปจับปลาในแม่น้ำ เพราะปลาตัวโตน่ากิน เห็นแล้วก็อยากกิน จึงส่งคนไปจับปลา พร้อมบอกวิธีการและกระบวนการจับปลาที่ดีไปอย่างละเอียด ลูกเผ่ารับความรู้เต็มเปี่ยมในสมอง แต่หัวหน้าเผ่าไม่ได้ให้เครื่องมือหรืออะไรมาเพิ่มเติม ลูกเผ่ารับคำสั่งและมาจับปลาด้วยสองมือของตนเอง พอมาเจอปลาจริงๆครั้นจะจับมือป่าวก็ยากเต็มที่ เพราะปลาในแม่น้ำจริงๆมีหลายชนิดมันแหวกว่ายเร็วเหลือเกินไล่ตามไม่ทัน ถึงแม้ว่าในหัวลูกเผ่ามีองค์ความรู้มากมาย  อยากจะเอาออกมาใช้ ว่าจะจับปลาด้วยวิธีการอย่างไร ใช้เครื่องมือชนิดไหนกับปลาชนิดใดถึงจะเหมาะ แต่ก็ได้แค่คิด เพราะมีมือป่าว ไล่จับจนเหนื่อยจับได้บ้างไม่ได้บ้าง เมื่อจับไม่ได้ก็เลิกจับ และใช้วิธีคิดเพ้อฝันว่าปลานั้นอร่อยกันต่อไป”

*****************
เลิศชาย  ปานมุข
13  กรกฎาคม  พ.ศ.2560