ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่อง "การบ้าน" เด็ก ที่ผู้ใหญ่ต้องเก็บเอาไปคิดเป็น การบ้าน?  (อ่าน 2518 ครั้ง)

ออฟไลน์ เลิศชาย ปานมุข

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3791
ที่สหรัฐอเมริกา ประเด็นเรื่อง ?การบ้าน? ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า ดี หรือไม่ดี สำหรับเด็กกันแน่ แต่ล่าสุดเริ่มมีโรงเรียนชั้นประถมศึกษา และครูบางคนเริ่มไม่ให้การบ้านเด็กกลับไปทำหลังเลิกเรียน เพราะต้องการให้เด็กมีเวลาไปเล่น ไปทำกิจกรรมอื่นๆ หรือมีเวลาอยู่กับครอบครัว หรือแม้กระทั่งเอาเวลาไปนอน

สตีเว่น ไกส์ ประธานสมาคมครูใหญ่โรงเรียนประถมศึกษา กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีเสียงบ่นจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง ว่าการบ้านจากโรงเรียน ทำให้เด็กๆ ไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่น ทำให้ตอนนี้โรงเรียนประถมศึกษานอร์ธ เทรล ในเมืองฟาร์มิงตัน รัฐมินนิโซตา ที่สตีเว่นเป็นครูใหญ่ ก็เริ่มมีการให้เด็กนักเรียนได้ทำสิ่งที่เรียกว่าเป็นการบ้าน แต่ไม่ใช่การบ้านที่เครียดเหมือนก่อน ขณะที่บางโรงเรียนและครูบางคนต่างหันกลับไปทบทวนนโยบายเกี่ยวกับเรื่องการบ้าน เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นการบ้านที่ให้ผลดีต่อเด็กนักเรียนจริงๆ

ส่วนโรงเรียนออร์ชาร์ด ในเมืองเซาธ์ เบอร์ลิงตัน รัฐเวอร์มองต์ ที่เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นเกรด 5 มาร์ค ทริฟฟิลิโอ ครูใหญ่ได้ยกเลิกการให้การบ้านเด็ก ตลอดปีการศึกษานี้ โดยนำแนวคิดจากหนังสือชื่อ The Homework Mythของ แอลฟี่ คอห์น นักการศึกษาชื่อดัง มาใช้

?พวกเขายังเป็นเด็กมาก และต้องนั่งเรียนหนังสือกันมาทั้งวันแล้ว ดังนั้น เราจึงไม่เชื่อในเรื่องให้การบ้านเพิ่ม เรายังรู้สึกด้วยว่าเรากำลังบดบังความรัก ความสนใจในการเรียนรู้เรื่องอื่นๆ ของเขา?

ทั้งนี้ แอลฟี่ คอห์น ผู้เขียนหนังสือ ?The Homework Myth,? ได้พูดถึง การบ้านไว้ว่า เป็นความทุกข์ และไม่ได้มีประโยชน์อันใดเลย ?ข้อเสียของการบ้านที่ทุกคนต่างประจักษ์ชัดก็คือ ความเหนื่อยล้า กดดัน และเสียเวลาที่จะได้ไปทำอะไรที่สนใจ หรืออยากเรียนรู้?

แต่ แฮร์ริส คูเปอร์ อาจารย์ด้านจิตวิทยาและประสาทวิทยา มหาวิทยาลัยดุ๊ก ซึ่งศึกษาผลกระทบของการบ้านมาถึง 30 ปี ไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวของ แอลฟี่ คอห์น และคิดว่า เด็กนักเรียนควรจะมีการบ้าน แต่ปริมาณของการบ้าน และชนิดของการบ้าน ควรจะขึ้นอยู่กับอายุ และระดับพัฒนาการของเด็ก

แฮร์ริส ได้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ?การบ้าน? กว่า 60 ชิ้น ระหว่างปี 2530-2546 และพบว่า การบ้านมีผลดีต่อความสำเร็จของเด็กนักเรียน และผลดียิ่งมีมากขึ้นสำหรับเด็กนักเรียนระดับชั้นเกรด 7-12 มากกว่าเด็กระดับชั้นประถมศึกษา

สำหรับการบ้านของเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษา แฮร์ริสแนะนำว่า ควรเป็นการบ้านที่สั้น และง่าย จึงจะเป็นผลดี นักการศึกษาท่านนี้ยังเห็นว่า การบ้านจะสอนเด็กให้รู้ว่า พวกเขาไม่ใช่แค่นั่งเรียนรู้ในชั้นเรียน และการบ้านยังจะช่วยทำให้เด็กๆ กลายเป็นนักเรียนรู้ตลอดชีวิต และยังช่วยสร้างความรู้สึกพึ่งพาตัวเอง การบริหารเวลาและทักษะการเรียนรู้ต่างๆ

?การบ้านเปรียบเหมือนยา หากคุณกินน้อยไป ก็ไม่ได้ผล ถ้าคุณกินมากไป มันก็อาจฆ่าคุณได้ คุณต้องคำนวณปริมาณให้พอดี และถ้าคุณทำได้ มันจะให้ผลลัพธ์ที่อัศจรรย์?

เชอรี่ สโตบี้ ครูใหญ่โรงเรียน K-8 Marion ในเมืองเมเรียน รัฐมอนทานา สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ?โรงเรียนเราไม่พูดอย่างเด็ดขาดว่า ไม่มีการบ้าน แต่เราพยายามให้การบ้านอย่างมีเหตุผล ประโยชน์สำคัญก็คือ ให้เด็กได้มีเวลาทบทวน ฝึกทำอีกครั้ง เพราะมีผลการศึกษาชี้ว่า ถ้าเด็กนักเรียนได้ฝึกทำบ่อยๆ มันดีกว่าการท่องจำ?

ที่โรงเรียนออร์ชาร์ดทุกวันนี้ การบ้านที่เด็กๆ ได้รับมอบหมายทุกวันก็คือ อ่านหนังสือ ออกไปเล่น กินอาหารเย็นกับครอบครัว รวมทั้งการช่วยจัดบ้าน ช่วยทำความสะอาดบ้าน และให้นอนหลับฝันดี

เอฟเวอรี่ คูโทรนี่ เด็กหญิงวัย 9 ขวบ พูดถึงนโนบาย ?โน โฮมเวิร์ก? หรือไม่มีการบ้านว่า ?มันเจ๋งมากเลย? ขณะที่แม่ของเธอบอกว่า เอฟเวอรี่ได้ไปเรียนเต้น เรียนเปียโน หลังเลิกเรียน นอกจากนั้น ยังได้อ่านหนังสือตามที่เลือกเองเยอะขึ้น

?ฉันคิดว่ามันทำให้เด็กได้มีเวลาพักทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งฉันว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด? ไฮดี้ คูโทรนี่ พูดถึงการที่โรงเรียนไม่ให้การบ้านเด็ก แล้วยังบอกอีกว่า ?ฉันคิดว่า มันเป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ ครู นักเรียน ในทุกด้าน และทำให้เด็กได้มีโอกาสใช้เวลาไปทำสิ่งที่เขาชอบและอยากทำ?




ที่มา : นสพ.มติชน