ผู้เขียน หัวข้อ: ข้อคิดดี ๆ สะท้อนความทุกข์-สุข ในชีวิต  (อ่าน 1732 ครั้ง)

ออฟไลน์ เลิศชาย ปานมุข

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3153
ท้อแท้ สิ้นหวัง หมดแรง อาจจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของบทละครชีวิตที่เกิดขึ้นในชีวิตของมนุษย์แต่ ละคน แต่เพียงแค่เศษเสี้ยวเดียว หลายคนกลับจำเศษเสี้ยวนี้ไปจนวันตาย ขณะที่ความสุข ความดีใจ ความหวัง อาจเกิดบ่อยครั้งในชีวิตของคนหลาย ๆ คน แต่มันกลับไม่ได้ถูกทำให้จำได้ง่าย ๆ เหมือนกับความผิดหวัง บางทีอาจจะผ่านมา แล้วก็ผ่านไปก็เป็นได้

แต่ถ้าหากเราสามารถปรับเปลี่ยนความทรงจำ ให้จดจำสิ่งที่ดี ๆ มีความสุข และลืมเศษเสี้ยวที่เลวร้ายของชีวิตออกไปได้ ชีวิตของเราคงเต็มไปด้วยความสุขและความหวังอย่างแน่นอน

และวันนี้เราก็มีข้อคิดดี ๆ เกี่ยวกับความสุขและความทุกข์....เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ที่คุณกะวาก๋า รวบรวมไว้มาฝากกัน

คล้ายว่าเข้าใจ...

ความสุขและความทุกข์

เรามักจะเหมารวมว่าคนรวยคือคนที่มีความสุข...

เปล่า...ผมไม่ได้มีปัญหากับความร่ำรวย แต่ผมไม่เชื่อว่าการมีเงินมาก ๆ จะเป็นคำตอบสุดท้ายของการมีความสุขในชีวิต

ผมรู้จักคนรวยมากมายที่มีความสุข และคนรวยมากกว่าที่ไร้สุข ครอบครัวปริร้าว มีปัญหาด้านสุขภาพ เครียด ไม่มีความสุข ยิ่งรวย ยิ่งเห็นแก่ตัว ฉกฉวยทุกสิ่งที่ไม่ใช่ของ ๆ ตัวเอง ความสุขในความหมายของการกอบโกยอย่างไม่สิ้นสุด ไม่ได้เป็นความรวยเพื่อการแบ่งปันแต่อย่างใด

ผมเพิ่งรู้สึกเข้าใจความหมายของความสุขและความทุกข์ เมื่อไม่นานมานี้เอง ใจกำลังเกิดทุกข์ ทุกข์ที่ใจสร้างขึ้น ผมไปหยุดยืนมองดูภูเขาแห่งหนึ่งที่เมืองจีน ขุนเขาที่สลับซับซ้อนทอดตัวยาวไกลสุดลูกหูลูกตา ผมบอกคุณไม่ได้ว่าในวินาทีนั้นผมรู้สึกอย่างไร และหลังจากกลับมาจากการท่องเที่ยวคราวนั้น ผมมีความสุขกับชีวิตมากขึ้น และโดยต่อเนื่องกัน

ความทุกข์ในใจของผมลดน้อยถอยลงอย่างรู้สึกได้ ผมคงบอกคุณไม่ได้หรอกว่าผมไปเจออะไรในวันนั้น ที่ภูเขาลูกนั้น ที่ประเทศนั้น...ยกเว้นว่าคุณจะหามันเจอ

สิงห์โตหมอบ , เชียงใหม่ 2549

มนุษย์เราเรียนรู้ทุกอย่าง ตั้งแต่เชื้อโรคไปถึงดวงดาว แต่สิ่งที่มนุษย์ไม่เคยส่องดู และทำความรู้จักน้อยที่สุด ก็คือ ใจของตัวเอง...

เราไม่รู้ว่าใจเรามีกระบวนการทำงานอย่างไร ทำไมเราจึงมีความทุกข์ แล้วทำอย่างไรเราจึงจะไม่ทุกข์ เราลืมไปว่าทุกอย่างที่เราหามา ก็เพราะต้องการให้ใจมีความสุข

ความสุข-ทุกข์ มีขึ้น และหายไปที่ใจ แต่เราไม่เคยสะดุ้งตื่นมาค้นพบความจริงของใจว่า ใจเรานั้นมีบางสิ่งบางอย่างที่ปั่นป่วนอยู่ตลอดเวลา เราจึงไม่สามารถอยู่เฉย ๆ กับตัวเองได้นาน ต้อง คิด กิน ดู พูด ฟัง อยู่ตลอดเวลา ด้วยความหวังว่าเมื่อได้ทำสิ่งนั้นแล้ว มันจะพ้นสภาพจากความปั่นป่วนนี้

...แต่ไม่ว่าเราจะทำอะไรมากแค่ไหน "ความสุขที่แท้จริง" ก็ไม่เคยอยู่กับเรา

หนังสือ : เข็มทิศชีวิต
เขียนโดย : ฐิตินาถ ณ พัทลุง


ผมจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวผมให้ฟัง...มันเกิดขึ้นหลังจากผมแต่งงานไม่ นานนัก เราต่างก็มีปัญหากันทุกรูปแบบ ผมชักเอือมระอากับมัน เลยตัดสินใจว่า....จะยุติมันซะให้หมด....

เช้ามืดวันหนึ่ง ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ผมหยิบเชือกมาไว้ในรถ ผมตั้งใจไว้แล้วว่าอยากจะฆ่าตัวตาย ผมจึงเดินทางไปเมียเน่ห์ (ชื่อเมืองในประเทศอิหร่าน)

เรื่องนี้เกิดขึ้นในปี 1960.... ผมไปถึงสวนต้นหม่อน ผมจอดรถที่นั่น ตอนนั้นยังมืดอยู่ ผมโยนเชือกขึ้นไปบนต้นไม้ แต่มันเกี่ยวไม่อยู่สักที ผมลองหนหนึ่ง, หนสอง...แต่ไร้ผล เพราะฉะนั้นผมเลยปีนขึ้นต้นไป แล้วมัดเชือกจนแน่น ตอนนั้นผมรู้สึกว่า มีอะไรนุ่ม ๆ ใต้ฝ่ามือผม

ลูกหม่อนนั่นเอง ลูกหม่อนหวานฉ่ำ ผมกินไปลูกหนึ่ง มันหวานฉ่ำจริง ๆ ต่อมาก็ลูกที่สอง แล้วก็ลูกที่สาม ทันใดนั้นผมก็เห็นพระอาทิตย์กำลังโผล่ขึ้นเหนือยอดเขา ทั้งพระอาทิตย์ ทั้งทิวทัศน์ ทั้งพฤกษชาติ ช่างงดงามอะไรอย่างนี้....!!!!

จู่ ๆ ..ผมก็ได้ยินเสียงเด็ก ๆ มุ่งหน้าไปโรงเรียนกัน พวกแกหยุดดูผม พวกแกขอให้ผมเขย่าต้นหม่อนให้... ลูกหม่อนร่วงลงไป แล้วพวกเด็ก ๆ ก็เก็บกิน ผมรู้สึกเป็นสุขมาก ๆ เลย.....เสร็จแล้วผมเลยเก็บลูกหม่อนเอากลับบ้าน....เมียผมยังหลับอยู่....พอ เธอตื่น เธอเลยกินลูกหม่อนเข้าไปเหมือนกัน แถมเธอยังชอบมันซะด้วยสิ

ผมจากบ้านไปฆ่าตัวตาย แต่ดันกลับมาพร้อมลูกหม่อน ลูกหม่อนช่วยชีวิตผมไว้

ลูกหม่อนช่วยชีวิตผมไว้

ภาพยนตร์ : Taste Of Cherry

มีชาวเติร์ก (ตุรกี) คนหนึ่งไปหาหมอ เขาบอกหมอว่า "พอผมเอานิ้วแตะตัวเอง มันเจ็บเหลือเกิน,แตะหัว ก็เจ็บที่หัวพอแตะขา มันเจ็บเหลือเกินแตะท้อง แตะมือ มันเจ็บเหลือเกิน"

หมอตรวจเขา....หลังจากนั้นก็กล่าวว่า "ร่างกายปรกติดี แต่นิ้วคุณหักต่างหากเล่า !!!"

ภาพยนตร์ : Taste Of Cherry

หลวงพ่อชา สุภัทโท อดีตท่านเจ้าอาวาสวัดหนองป่าพง เคยกล่าวไว้ว่า...

"ไก่ก็เป็นไก่ เป็ดก็เป็นเป็ด เมื่อไหร่ที่เราอยากให้ไก่เป็นเป็ด ไก่มันก็เป็นไม่ได้ ใจเรามันอยากฝืนธรรมชาติ มันก็ทุกข์เท่านั้นเอง หรือไม้อันหนึ่ง จะบอกว่า มันสั้นหรือยาว มันก็อยู่ที่ใจเราอีก เราอยากได้ไม้ยาว ๆ ไม้นี้ก็สั้นไป เราอยากได้ไม้ที่สั้น ๆ ไม้นี้ก็ยาวไปอีก ไม้มันก็เป็นไม้อยู่อย่างนั้น แต่ใจเรานี่แหละ....ที่คอยไปยุ่งกับมัน"

หนังสือ : เข็มทิศชีวิต
เขียนโดย : ฐิตินาถ ณ พัทลุง


เมื่อเราผ่านอะไรมามาก เห็นความทุกข์ เห็นโลกมากขึ้น ผ่านการเดินทาง...เราเริ่มมีความปรารถนาอีกด้านหนึ่ง ความทะเยอทะยานเหมือนต้นไม้ที่พุ่งสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่ที่เรากำลังทำในสิ่งตรงกันข้าม เราหยั่งลึกลงไปเรื่อย ๆ ลงลึกกับชีวิต ไม่ใช่การพุ่งขึ้น แต่ลงลึกภายใน ไม่เกี่ยวกับผู้อื่น เรากำลังทำสงครามภายในใจเรา นี่คือ ความต่าง...

เมื่อก่อนอยากเป็นต้นไม้ที่พุ่งสูงขึ้น วันนี้อยากเป็นต้นไม้ที่หยั่งรากลึกลงไป...ต้นไม้ต้นเดียวกันนั่นแหละ แต่เปลี่ยนวิธีคิดใหม่

ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา (นักเขียน)
หนังสือ : Open diary
เขียนและเรียบเรียงโดย : วรพจน์ พันธุ์พงศ์


"คุณจะลำบากไปสิบปี การเงินจะชักหน้าไม่ถึงหลังสุขภาพก็จะไม่สู้ดี"

หมอดูกล่าวคำทำนายอนาคตให้ลูกค้าคนหนึ่ง

"หลังจากนั้น ผมจะสบาย มั่งมีศรีสุขใช่มั้ยหมอ ?"

"เปล่า...หลังจากนั้น...คุณจะชินไปเอง"

ไม่ปรากฏชื่อผู้เขียน
จาก : Internet and Forward mail


"คุณจะลำบากไปสิบปี การเงินจะชักหน้าไม่ถึงหลังสุขภาพก็จะไม่สู้ดี" หมอดูกล่าวคำทำนายอนาคตให้ลูกค้าคนหนึ่ง

"หลังจากนั้น ผมจะสบาย มั่งมีศรีสุขใช่มั้ยหมอ ?"

"เปล่า...หลังจากนั้น...คุณจะชินไปเอง"

ไม่ปรากฏชื่อผู้เขียน
จาก : Internet and Forward mail


คนดีสำหรับผม ไม่ใช่คนเข้าวัด หรือคนเก่งกาจ แต่ผมหมายถึง เป็นคนที่ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ไม่คิดซับซ้อนเรื่องมิตรภาพ ไม่คิดหวังผลประโยชน์จากเพื่อนฝูง ไม่เอาเรื่องธุรกิจมาพัวพันกับความเป็นเพื่อน คนที่ไปเที่ยวด้วยกันเพื่อความสุขทางจิตใจ เป็นเรื่องของชีวิตประจำวัน แบ่งปันความสุขและทุกข์...ให้กันและกันได้

คำสัมภาษณ์นำโดย : ปราบดา หยุ่น
หนังสือ : เสียงในความทรงจำ
เขียนและเรียบเรียงโดย : วรพจน์ พันธุ์พงศ์


ความสุขของการมีเงินมันอยู่ตรงไหน ถามร้อยคนก็จะได้คำตอบเหมือนกัน ในเรื่องของการนำเงินไปซื้อหาแลกเปลี่ยนเป็นวัตถุสิ่งของที่ต่างคน ต่างฝัน อยากมี อยากได้ หรือไม่ก็ไปเนรมิตฝันในส่วนอื่น ๆ ...

สรุปรวมความแล้ว การมีเงินทองนั้น เป็นเพียงหนึ่งในมายาธรรมของโลกธรรมแปด

คือ ลาภ เสื่อมลาภ ยศ เสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุข ทุกข์ สลับสับเปลี่ยน...หลอกให้คนเราเดินหลงอยู่ในนั้นด้วยความทุกข์ใจ ร้อนใจ คนที่ทำใจให้อยู่เหนือสิ่งเหล่านี้ได้นั่นแหละ...คือ ความสำเร็จของชีวิตอย่างแท้จริง

บทบรรณาธิการโดย : ศักดิ์ชัย กาย
นิตยสาร : Lips ปีที่ 6 ฉบับที่ 18


จงหยุดสักครู่....เพื่อคิดถึงความแตกต่างระหว่าง "ความจำเป็น" และ "ความต้องการ"

เรามักนำสองสิ่งนี้มาผสมปนเปกันเสมอ คุณอาจพูดว่า "ฉันจำเป็นต้องซื้อรถ" ทั้งที่จริง ๆ แล้ว... คุณอาจแค่ต้องการซื้อรถ...

สิ่งจำเป็นที่คุณต้องมีอย่างแท้จริง คือ ความสัมพันธ์ที่ดีกับใครสักคน หรือมีประสบการณ์แปลกใหม่ในโลก ด้วยวิธีที่คุณไม่เคยทำมาก่อน

หนังสือ : ปรัชญาชีวิตจากครูมอร์รี
(Morrie in His own Words)
เขียนโดย : Morrie Schwartz
แปลโดย : จิรันธรา ศรีอุทัย


ฝนยังไม่ตกทุกวัน ฟ้ามีมืด...ก็มีสว่าง แล้วจะมายึดติดทำไมกับอะไรที่ผ่านเข้ามาล่ะครับ เพราะไม่ว่าสุขหรือทุกข์ มันก็คงไม่อยู่กับเรานานอยู่ดี คิดไว้แบบนี้จะได้สบายใจ...

แต่ถึงแม้ว่าความทุกข์มันจะรักเรามากกว่า เพราะมาหาเราบ่อยเหลือเกิน ก็ให้ถือเสียว่า เป็นการฝึกความแข็งแรงของใจ และถึงจะต้องร้องไห้ ก็ให้ถือเสียว่า ดวงตาของเราก็อยากแข็งแรงเหมือนกัน

ผมมักจะบอกตัวเองอยู่เสมอ ๆ ว่า ถ้ามองทุกอย่างในแง่จริง แล้วมันเจ็บปวดนัก

ก็ให้มองมันในแง่ดี ส่วนแง่ร้ายก็ลืม ๆ มันไป ทำเป็นมองไม่เห็นมันบ้าง คงไม่เสียโอกาสอะไรในชีวิตไปหรอก ที่พูดแบบนี้ ไม่ใช่ให้เลี่ยงที่จะรับรู้ความจริง แต่ความจริงก็มีหลายด้านให้เลือกมองไม่ใช่หรือ

สุวัชชัย แก้วพระอินทร์ (นักจัดรายการวิทยุ)
นิตยสาร : ELLE ฉบับที่ 120


เกียรติประวัติยิ่งใหญ่ที่สุดของคนเราก็คือ สิ่งที่เราทำด้วยความตั้งใจของตนเอง หรือทำตามคำขอร้องอันยากยิ่ง หรือขณะที่ตนเองตกอยู่ในสภาพสุดแสนลำบาก อีกนัยหนึ่งคือ การปลอบประโลมผู้อื่น

ยามที่เราต้องการผู้ปลอบประโลมอย่างยิ่ง การช่วยบรรเทาความเจ็บปวดแก่ผู้อื่น ขณะที่ตนเองก็เจ็บปวดหรือ การให้ หรือแบ่งปันในยามที่เราแทบจะมีไม่พอสำหรับตนเอง สิ่งเหล่านี้นับเป็นพฤติกรรมที่มีค่าที่สุด

หนังสือ : เศรษฐีสอนลูก
เขียนโดย : G.Kingsley Ward
แปลโดย : สุพรรณี วราทร


ความล้มเหลว เป็นความจริงของชีวิต เป็นส่วนสำคัญของกระบวนการที่ไม่มีใครหนีพ้น มันไม่ใช่ว่าเราล้มเหลวในเรื่องนั้นหรือไม่ แต่มันอยู่ที่ว่า...เราล้มเหลวยังไง

ความแตกต่างระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต กับคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ได้อยู่ที่จำนวนครั้งของความล้มเหลว แต่อยู่ที่สิ่งที่พวกเขาทำ....หลังจากประสบความล้มเหลว

หนังสือ : มีชีวิตที่ดี มีบทเรียนดี ๆ...ให้ชีวิต
( Life 's Greatest Lessons : 20 Things That Matter)
เขียนโดย : Hal Urban
แปลโดย : วรรธนา วงษ์ฉัตร


ถ้าคุณกำลังขุ่นเคืองใจ หรือหงุดหงิดกับใครบางคนในสำนักงาน หรือข้างบ้านที่มีพฤติกรรมน่ารำคาญ ลองเปลี่ยนมุมมองด้วยการพยายามรู้จัก และเข้าใจเขาให้มากขึ้น คุณอาจจะพบว่า เบื้องหลังพฤติกรรมที่ไม่น่ารักนั้นเต็มไปด้วยความทุกข์ที่น่าเห็นอกเห็นใจ

เขาอาจกำลังกลุ้มที่ลูกติดยา หรือต้องแบกรับหนี้สินของทางบ้าน จนไม่มีกะจิตกะใจทำงาน...ใครจะไปรู้...เขาอาจเพิ่งพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งก็ ได้ มีคนจำนวนไม่น้อยที่เกลียดพ่อหรือแม่ของตัวเอง เพราะถูกทำร้ายทั้งกายและใจมาตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อได้เพ่งพินิจอย่างลึกซึ้งก็พบว่า ผู้ที่ทำร้ายตนเองนั้นก็น่าสงสารเหมือนกัน เขาอาจถูกกระทำมาจากที่ทำงาน หรือจากคนใกล้ชิด จึงมาระบายใส่ลูก ๆ....ยิ่งรู้ว่าลูกไม่รัก ก็ยิ่งทุกข์และกลัดกลุ้ม

ในสถานการณ์อย่างนี้ ไม่มีอะไรดีกว่าการเข้าใจเขา และให้อภัยเขา เพราะความรัก และการให้อภัยของเราเท่านั้น ที่จะเยียวยาเขาได้ ...ที่สำคัญไม่น้อยกว่ากัน คือ เราเองก็จะได้รับการเยียวยาด้วย

เขียนโดย : รินใจ
นิตยสาร : LIFE & FAMILY ปีที่ 9 ฉบับที่ 99


เวลาถ่ายรูป...ส่วนใหญ่เราก็มักจะเก็บภาพที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ความประทับใจ

น้อยคนนักที่จะถ่ายภาพในยามเศร้าเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำ

ดังนั้น...เราจึงมีภาพถ่ายงานฉลองวันเกิดกัน แต่ไม่มีภาพถ่ายตัวเองเป่าเค้กวันเกิดอย่างเดียวดาย มีภาพงานวิวาห์ที่พรั่งพร้อมสมบูรณ์แบบ แต่คงมีน้อยมาก...ที่จะถ่ายภาพในวันหย่าร้างอันแสนขมขื่น

การทำใจลืมอดีตที่มีแต่ความเจ็บปวดให้หมดสิ้นไป โดยไม่ต้องหลงเหลือให้บันทึกไว้ในชีวิต ก็น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด เหมาะสมที่สุดกับการดำเนินชีวิตของคน

หนังสือ : ภาพแห่งชีวิต ( The Moments )
ผลงานโดย : Jimmy Liao
แปลโดย : วิลาวัลย์ สกุลบริรักษ์


ที่มา :http://board.palungjit.org/f60