ผู้เขียน หัวข้อ: ความสำคัญของการประเมินสมรรถนะผู้เรียน หัวใจสำคัญของ CBE และการเรียนการสอนยุคใหม่  (อ่าน 706 ครั้ง)

ออนไลน์ เลิศชาย ปานมุข

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3772
หากว่าการเรียนการสอนไม่มีการประเมินผล เราก็จะไม่มีทางรู้เลยว่า สิ่งที่เราสอนไปนั้นได้ผลดีหรือไม่ แล้วเราจะวัดได้อย่างไรว่าเป้าหมายในการเตรียมนักเรียนให้พร้อมสำหรับโลกที่อยู่ข้างหน้านั้นตรงกับทักษะที่เหล่าคุณครูกำลังสอนในบทเรียน แน่นอน การประเมินตามความสามารถเป็นทางออกเดียวสำหรับสิ่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมรรถนะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ที่ได้รับผลกระทบและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ดังนั้น เพื่อทบทวนบทบาทของผู้เรียน การประเมินสมรรถนะของผู้เรียนจึงเป็นสิ่งสำคัญในการวัดผล เพื่อให้แน่ใจว่าครูและนักเรียนกำลังอยู่ในแนวทางที่วางไว้หรือบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ในฐานะครู ก็เป็นการเตรียมพร้อมให้นักเรียนมีความรู้ความสามารถเพื่อเป็นอาวุธหรือเกราะคุ้มกันสำหรับโลกแห่งความจริงที่รออยู่ข้างหน้า

Competency-Based Assessment คืออะไร?

การประเมินสมรรถนะของผู้เรียน หรือ Competency-Based Assessment (CBA) เป็นการสร้างโอกาสสำหรับนักเรียน ในการใช้ทักษะและวิธีการที่ได้เรียนรู้ในบทเรียน ปัญหา และสถานการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริง เพื่อพิจารณาว่านักเรียนสามารถสังเคราะห์ นำไปใช้ และประเมินผลการเรียนรู้ของตนอย่างมีจุดมุ่งหมาย เช่น การทำงานร่วมกันกับกลุ่มหรือการสื่อสารเหตุผล เราจะเห็นว่ามันมุ่งเน้นไปที่ทักษะมากกว่าในส่วนของเนื้อหา เพราะในทุกวันนี้เนื้อหาสามารถเข้าถึงได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัสแต่ทักษะต้องใช้เวลาในการพัฒนา อบรมบ่มเพาะ และพลิกแพลง

การประเมินสมรรถนะของผู้เรียนนั้น มักจะเริ่มต้นด้วยการประเมินตนเอง ซึ่งนักเรียนจะต้องลองไตร่ตรองถึงความสามารถและเป้าหมายของตนเอง รวมทั้งสิ่งที่พวกเขารู้สึกว่าเป็นจุดแข็งและสิ่งที่ต้องพัฒนา หลายคนอาจแปลกใจ แต่มันสามารถนำไปใช้ได้กับเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล โดยให้เด็กนักเรียนระบุระดับการให้คะแนนเป็นตัวเลข 1 - 4 ว่าพวกเขาสบายใจกับทักษะใหม่ในระดับใด ก็จะเป็นการเริ่มกระบวนการประเมินสมรรถนะของตนเอง หลังจากนั้น ครูก็อาจจะเปิดโอกาสให้นักเรียนเรียนรู้สิ่งที่สอดคล้องกับเป้าหมายที่ออกแบบร่วมกัน และจัดให้มีการประเมินในเชิงรูปแบบที่แท้จริงสำหรับนักเรียน เพื่อประเมินความก้าวหน้าของพวกเขา

ข้อดีของการประเมินสมรรถนะของผู้เรียน มีอะไรบ้าง?

1. ช่วยพัฒนาความโปร่งใสและความชัดเจนในการประเมินผู้เรียน

ความชัดเจนที่มากขึ้นช่วยให้ครู และผู้ปกครองสามารถบอกจุดแข็งและจุดที่นักเรียนอาจต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม การประเมินเหล่านี้จะช่วยให้ครูมีความรู้โดยละเอียดเกี่ยวกับการพัฒนาความก้าวหน้าของนักเรียน ซึ่งสามารถนำไปใช้สร้างเป้าหมายและแผนการศึกษาเป็นรายบุคคลได้

นอกเหนือจากการประเมินความสามารถในด้านต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว ครูก็ควรให้คำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ ในเรื่องที่ครอบคลุมถึงความสำเร็จ และความยากลำบากของนักเรียนแต่ละคน เช่น ครูอาจให้แสดงความคิดเห็นแก่ครอบครัวของนักเรียน โดยมุ่งเน้นไปยังวิธีที่นักเรียนมีส่วนร่วมในแต่ละเรื่อง ตลอดจนความสำเร็จและความพยายามของนักเรียนที่มีความโดดเด่น

การมุ่งเน้นไปที่ข้อเสนอแนะที่ครอบคลุมจะช่วยสร้างความกระจ่างให้แก่ผู้เรียน และครอบครัวเองก็จะสามารถรับรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องเรียนได้อีกด้วย ซึ่งเกรดที่เป็นตัวเลขนั้นอาจไม่ได้ทำให้เห็นภาพรวมทั้งหมด การใช้วิธีการประเมินสมรรถนะของผู้เรียนเช่นนี้มีประสิทธิภาพมากกว่า ในการให้ข้อมูลได้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางสังคมและวิชาการของนักเรียนแต่ละคน ครอบครัว และโรงเรียนในอนาคต

2. ช่วยสร้างการเรียนรู้ในแต่ละคนได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น

ครูมีโอกาสที่จะให้มุมมองที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับทัศนคติ และกลยุทธ์ในการเรียนรู้ของนักเรียนแต่ละคน ผ่านการเรียนรู้ด้วยวิธีการศึกษาฐานสมรรถนะ และเป็นวิธีที่ครูจะสามารถจัดหาทรัพยากรที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนแต่ละคนได้ดีที่สุด ข้อมูลประเภทนี้เป็นกุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจกลยุทธ์ของการเรียนการสอนที่แตกต่างกันในผู้เรียนแต่ละคน ซึ่งพวกเขาก็จะตอบสนองต่อการสอนที่แตกต่างกันออกไป โดยสิ่งนี้จะเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้เฉพาะบุคคล

3. ช่วยเปลี่ยนวิธีการประเมินแบบเดิม ๆ

ในการปรับใช้วิธีการประเมินสมรรถนะของผู้เรียนให้สำเร็จได้นั้น ทั้งครูและผู้บริหารจะต้องมีการทบทวนการประเมินอีกครั้งก่อน แม้ว่ารูปแบบการประเมินแบบเดิม เช่น การทำข้อสอบจะมีประโยชน์ แต่มันก็เป็นการวัดผลความคืบหน้าทั่วไป ไม่ได้แสดงภาพรวมของการเรียนรู้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงวิธีการประเมินครูบางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องที่ยากและไม่อยากทำ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับครูที่ใช้วิธีการประเมินแบบเดิม ๆ มาตลอด นอกจากนี้ การประเมินสมรรถนะของผู้เรียนยังช่วยให้ผู้ปกครองประเมินผลงานของลูก โดยไม่ต้องให้คะแนนเป็นตัวตัดสินความสามารถทั้งหมดอีกด้วย

สิ่งสำคัญคือครูต้องคอยหาทรัพยากร และการพัฒนาทางวิชาชีพในการประเมินความก้าวหน้าของนักเรียน และเหตุผลที่ทำให้นักเรียนแต่ละคนมีคุณค่า อย่างที่ครูทุกคนรู้กัน การเรียนรู้ไม่เคยหยุดนิ่ง และเพื่อตามแนวโน้มปัจจุบันให้ทัน วิธีนี้เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากในการปรับให้เข้ากับความต้องการของนักเรียนทุกคนได้

4. ช่วยให้นักเรียนเข้าใจการเรียนรู้ของตนเองได้ดียิ่งขึ้น

ด้วยวิธีการประเมินสมรรถนะของผู้เรียนที่มีความครอบคลุม และอิงตามความสามารถ ครูจะสามารถพานักเรียนไปสู่ความสำเร็จได้ เช่น การสอบเข้ามหาวิทยาลัย การเตรียมความพร้อมในสายอาชีพด้วยความรู้ วิธีการเรียนรู้ และความต้องการของตนเอง การพัฒนาทักษะของนักเรียนอย่างต่อเนื่องนั้นยังจะช่วยสร้างความท้าทายให้แก่ผู้เรียนว่าพวกเขาต้องการอะไร อยากพัฒนาด้านไหนเพิ่มเติม ซึ่งครูก็สามารถสนับสนุนนักเรียนแต่ละคน เพื่อช่วยให้พวกเขาพัฒนาไปข้างหน้าได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ความเครียดและความกดดันในการเรื่องเกรดก็จะหายไปด้วย โดยจะไปมุ่งเน้นที่การเรียนรู้แทน และสามารถสร้างความมั่นใจในการลองผิดลองถูก มีช่องว่างให้นักเรียนได้ผิดพลาดได้บ้าง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก นักเรียนจะรู้สึกเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น โดยจะสร้างพลังแห่งการฝึกฝนทักษะ และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ต่อไป

สรุป (Key Takeaway)

ตามที่กล่าวมานั้น การจัดอันดับนักเรียนด้วยเกรดเฉลี่ย อาจไม่ได้ช่วยดึงทักษะต่าง ๆ ที่นักเรียนแต่ละคนมีแตกต่างกันออกมา และอาจถูกฝังเอาไว้ เมื่อไม่ได้ถูกหยิบออกมาพัฒนาต่อ ซึ่งวิธีการประเมินสมรรถนะของผู้เรียนนี้ จะยิ่งช่วยพัฒนาการเรียนการสอนในทุกฝ่าย ทั้งครู นักเรียน และตัวหลักสูตรเอง เพราะมีการระบุรายละเอียดที่ส่งเสริมการสอน และการเรียนรู้ที่ตรงเป้าหมายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยสร้างคุณค่าให้แก่หลักสูตร เมื่อนักเรียนมีส่วนร่วมในความก้าวหน้าในระยะยาวของตนเองมากขึ้น

อ้างอิง:

The Benefits Of Competency-Based Assessment
Competency-Based Assessment: What It Is and Its Benefits - Graduate Programs for Educators

ที่มา

https://www.starfishlabz.com/blog/1020