ผู้เขียน หัวข้อ: ทำไมคนที่ไม่สุงสิงกับใคร จึงเก่งและฉลาดกว่าคนทั่วไป  (อ่าน 95 ครั้ง)

ออนไลน์ เลิศชาย ปานมุข

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2393

ในปัจจุบัน สังคมได้มีส่วนทำให้คนเราต้องใช้เวลาอยู่ร่วมกับผู้อื่นมากขึ้น  แม้แต่เวลาที่เราอยู่คนเดียว  เราก็ยังคงส่งข้อความ หรือแม้แต่วิดีโอคอลหากัน  ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการใช้เวลาอยู่กับตัวเองนั้น  มีประโยชน์และข้อดีแฝงอยู่มากมายเพียงแค่คุณยังไม่รู้เท่านั้นเอง  การปลีกตัวเองออกมาอยู่คนเดียว มักไม่ใช่สิ่งที่คนในสังคมยอมรับกันนัก  เพราะหลายครั้งคนในสังคมจะมองคนเหล่านี้ว่า เป็นคนสันโดษหรืออาจมีภาวะซึมเศร้า  แต่ก็มีบางคนที่รู้สึกพอใจ กับการใช้เวลาอยู่คนเดียวและชอบอยู่กับตัวเอง  ซึ่งตามหลักจิตวิทยาแล้วมันมีประโยชน์ต่อพวกเขาจริงๆ  เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่ได้ปลดปล่อยกายและใจให้ได้ผ่อนคลายนั้นเอง

1. การใช้เวลาอยู่กับตัวเองทำให้คุณมั่นใจในตัวเองมากขึ้น

ในช่วงเวลาที่จำเป็นต้องตัดสินใจ  คนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเองมักจะคอยหวังพึ่งคนอื่นอยู่เสมอ  การได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองจะช่วยให้คุณรู้จักตัดสินใจทำอะไรได้ด้วยตนเอง  และช่วยเปิดโอกาสให้คุณได้โฟกัสอยู่กับความคิดของคุณเอง  ไม่สนใจหรือวอกแวกไปกับความคิดของใครๆ  ดังนั้น คุณจึงมีเวลาและโอกาสมากมาย  ให้ได้ลองคิด ชั่งใจ และตัดสินใจได้ด้วยตัวของคุณเอง
 ซึ่งการกระทำเหล่านี้จะทำให้คุณรู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น

2. การใช้เวลาอยู่กับตัวเองช่วยเพิ่มศักยภาพในตัวคุณ

เวลาที่มีผู้คนอยู่รายล้อมรอบตัวเรา  เรามักเกิดอาการไขว้เขวไปต่างๆ นาๆ  แต่พอเมื่อเราได้อยู่กับตัวเองแล้ว  เรากลับมีโอกาสได้นึกถึงสิ่งต่างๆ ที่สำคัญในชีวิต  ไม่ว่าจะเป็น การงาน ครอบครัว หรือเรื่องเงินๆ ทองๆ  ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าการใช้เวลาอยู่กับตัวเอง  จะช่วยทำให้เราสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับเป้าหมายของเราได้ดีขึ้น  แถมยังทำให้เรามีแรงบันดาลใจที่จะพิชิตเป้าหมายของตัวเองมากขึ้นด้วย

3. การใช้เวลาอยู่กับตัวเองช่วยให้คุณสบายใจ

ในสังคมเราเต็มไปด้วยเรื่องราวสารพัดปัญหามากมาย  และบ่อยครั้งที่เรามักจะเก็บปัญหาเหล่านี้กลับมาคิด  เก็บมันมาใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ทำงาน  เรื่องบนโลกโซเชียล หรือแม้แต่เรื่องเพื่อนก็ตาม  ซึ่งบางครั้งเราจำเป็นที่จะต้องปล่อยวางเรื่องต่างๆ ลงบ้าง  เพื่อหันมาโฟกัสชีวิตของตัวเองให้มากขึ้น  ดังนั้น การปลีกตัวเองออกมาจากปัญหา และใช้ช่วงเวลาที่มีอยู่เพื่อตัวเอง  สามารถช่วยให้เรารู้สึกสุขกายสบายใจขึ้น และผ่อนคลายมากขึ้น

4. การใช้เวลาอยู่กับตัวเองช่วยเสริมทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์

ทุกคนล้วนมีความคิดสร้างสรรค์ในด้านต่างๆ  ที่แตกต่างกันไป แต่เมื่อไหร่ที่เราถูกรายล้อมด้วยผู้คน  เราก็มักจะทำเลียนแบบตามคนอื่นๆ  แต่พอเราได้ใช้เวลากับตัวเองแล้ว กลับสามารถทำอะไรก็ได้  ตามที่ใจเราต้องการ บางคนก็สนุกกับการวาดรูป  บางคนเพลิดเพลินกับการเข้าครัว การอ่าน  การเขียน หรือแม้แต่เล่นดนตรี  จะเห็นได้ว่าคนเรามีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันไป  การได้อยู่กับตัวเองนี่แหละ ที่จะทำให้เรามีโอกาสได้ค้นหาสิ่งที่สนใจ  และได้ค้นพบความสามารถของตัวเองด้วย

5. การใช้เวลาอยู่กับตัวเองช่วยให้แก้ปัญหาได้ดีขึ้น

ทางออกที่ดีที่สุดมักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เราได้อยู่กับตัวเอง  สังเกตุได้จากเวลาเราทำงาน เมื่อเราทำงานในสภาพแวดล้อมที่เงียบ  ไม่มีสิ่งรบกวนใดๆ เรามักจะทำงานได้ดีและรวดเร็วกว่า  ดังนั้นแล้ว การได้อยู่กับตัวเอง  จึงสามารถช่วยให้เราสามารถแก้ไขปัญหาได้ดียิ่งขึ้น

6. การใช้เวลาอยู่กับตัวเองช่วยให้คุณทำงานลุล่วงไปได้

หลายคนมักจดลิสต์สิ่งที่ตัวเองต้องทำอยู่บ่อยๆ  แต่น้อยคนนักที่จะทำสิ่งเหล่านั้นได้จริงๆ ในเวลาที่อยู่กับผู้อื่น  แต่พอได้มีเวลาอยู่กับตัวเองสักพักแล้ว  กลับทำให้งานสำเร็จลุล่วงได้อย่างสบายๆ  เนื่องจากไม่ถูกรบกวนจากคนรอบข้าง  หรือไม่มีอะไรมาดึงดูดความสนใจของเราไปนั่นเอง  แม้ว่าจะไม่รู้สึกสนุกกับมันมากนักที่ไม่มีคู่หูเพื่อนซี้อยู่ข้างกาย  แต่คุณจะรู้สึกดีอย่างแน่นอนเมื่อคุณทำงานสำเร็จ

7. การใช้เวลาอยู่กับตัวเอง จะช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล

ในทุกวันนี้ หลายคนประสบปัญหาจากความเครียด  และความวิตกกังวลกันมากขึ้น  ซึ่งการให้เวลากับตัวเองและปรึกษาตัวเราเองนี่แหละ  ที่สามารถช่วยลดความเครียดและปล่อยวางเรื่องต่างๆ ลงได้  แถมไม่ต้องมาเสียเวลาตั้งมากมายเพื่อนั่งฟังสารพัดปัญหาของคนอื่น

8. การใช้เวลาอยู่กับตัวเองทำให้คุณเป็นตัวของตัวเอ

หนึ่งในประโยชน์หลักๆ ของการอยู่คนเดียวก็คือ การที่เราได้เป็นตัวของตัวเอง  เพราะช่วงเวลานี้ เป็นช่วงเวลาที่เราสามารถให้ความสำคัญกับสิ่งที่เราสนใจจริง ๆ ได้ดีที่สุด  ได้ปรึกษาตัวเองเกี่ยวกับปัญหาที่เจอ รวมไปถึงสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข  มันเป็นสิ่งที่จะทำให้เราได้รู้จักตัวเองได้มากยิ่งขึ้น  ได้รักตัวของเราเอง และที่สำคัญก็คือ ได้ทำในสิ่งที่เราต้องการจะทำ

ขอบคุณแหล่งที่มา verrysmilejung
ภาพ fb คิดสิ